คงเพราะว่างเกินไป...

ตั้งแต่สอบเสร็จมานี่...ความรู้สึกก็ขึ้นลงแปลกๆ

มันโล่งใจ... แต่ก็กังวล

มันว่าง... แต่ก็ไม่เอาเวลาไปทำเรื่องที่อยากทำ

ได้แต่ปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

ได้แต่คิดว่า ทำไมตอนที่ไม่ควรทำเรื่องเพื่อความสนุกในช่วงนั้น เราก็กลับทำตามใจตัวเอง

พอถึงเวลาที่อยากจะทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้ มีเวลาเหลือเฟือเต็มที่แล้ว

...เรากลับไม่รู้สึกอยากทำมันเลย...

ไม่อยากคิดมาก... แต่ก็คิดมาก กังวล ตีตนไปก่อนไข้

เรียกง่ายๆว่า เริ่มฟุ้งซ่านแล้ว

ทั้งที่ความจริงเราก็เพิ่งหยุดจริงๆไม่กี่วัน

แต่พอเวลาอยู่เฉยๆ แล้วมองคนที่ยังคงเคลื่อนไหวทำสิ่งต่างๆอยู่

ทำไมเรามันว่างและไร้ค่าได้ขนาดนี้

เมื่อไหร่เราจะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนที่รักเราได้

เห็นคนที่เหนื่อยเพื่อเรา...ในขณะที่เรายังมัวแต่หลงใหลไปกับสิ่งต่างๆ
จนลืมนึกถึงคนสำคัญข้างๆตัวเราไป

คิดแบบแก่แดดว่าตัวเองโต... แต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้โตขึ้นเลย
คิดว่าตัวเองพึ่งตัวเองได้... แต่ความจริงแล้วก็ยังต้องการคนหนุนหลังสนับสนุน

และสุดท้าย คิดอยู่เสมอว่า... อยู่คนเดียวไม่ได้ และไม่อยากอยู่คนเดียว



คงจะว่างมากเกินไปจริงๆ...

気づいたら、独りぼっち...

เป็นอารมณ์ที่มาเป็นระลอกๆ

แล้วเดือนนี้ก็เริ่มออกอาการแล้ว


รำคาญคน แต่ไม่อยากอยู่คนเดียว

อยากทำอะไรด้วยตัวเอง

แต่สุดท้ายกลับรู้สึกกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว

เวลาที่รู้สึกตัวอีกที ก็ไม่มีใครข้างกายสักคน

มันไม่เคยมีจริงๆนะ

หรือว่าอาจจะเคยมี แล้วเสียมันไปแล้วก็ได้...

พอเริ่มตั้งคำถามตัวเองว่า มีเพื่อนที่ฉันรักและรักฉันจริงๆสักคนมั้ย

ภาพของแต่ละคนที่ปรากฎขึ้นมาในความคิด

มันอาจจะมีเรื่องที่มีความสุข มันอาจจะมีเรื่องที่เสียใจ หรือมันอาจจะไม่มีทั้งสองอย่าง

แต่ว่าความรู้สึกที่ยังจำได้ก็คือ ยังหวังดีกับเพื่อนที่ฉันรักทุกคน

ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน

บางทีเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวมันเลยอดคิดไม่ได้ว่า ฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ดีพอหรือเปล่า...

หรือฉันกำลังพยายามทุ่มเทที่ใครคนใดคนหนึ่งจนเกินไปหรือเปล่า...

แต่สุดท้ายแล้วฉันไม่รู้สึกว่าได้รับความรักจากใครกลับมาเลย...

ฉันคงคาดหวังมากเกินไป

ฉันควรเอาใจที่ทุ่มให้คนอื่นมาให้กับพ่อแม่มากกว่า

ฉันพยายามทำให้คนรอบข้างมีความสุขและรักฉัน

แต่ฉันไม่ได้ทำให้พ่อแม่มีความสุขสบายเลย

สุดท้ายแล้วก็มีแต่พวกเค้าที่รักฉันจริงๆ


นั่นเป็นส่ิงที่ฉันเชื่อจนสุดหัวใจ

みんな生きてる...

ตรงถนนระหว่างสะพานพระรามเจ็ดไปถึงแยกวงศ์สว่างจะมีตึกแถวอยู่เป็นระยะๆ

มีตึกร้างอยู่ห้องนึง มีบันไดสามขั้นอยู่หน้าทางเข้าที่ปิดตายไว้
ตรงนั้นมีคุณตานอนอยู่ให้เห็นทุกครั้งที่นั่งรถผ่าน

บางวันเห็นเขานอนอยู่คนเดียว
บางวันเห็นเขากับผู้หญิงอีกคนที่ไม่ทราบว่าเป็นภรรยาหรือลูก
แต่ว่าผู้หญิงคนนี้คอยดูแลคุณตาอยู่ตลอด

บางครั้งเห็นเขานั่งกินข้าวกัน
บางครั้งเห็นคุณป้านั่งขัดเท้าของคุณตาคนนั้น

ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นตรงบันไดสามขั้นหน้าตึกร้างนั่นเอง...
เราไม่รู้ที่มา-ที่ไปของคนสองคนนี้
แต่พอเห็นแล้วมันรู้สึกเศร้าใจบอกไม่ถูก

ทุกคนต่างก็กำลังใช้ชีวิตของตัวเองกันอยู่...
ชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่
ทุกครั้งที่เรามองดูผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตก็จะเกิดความคิดนี้ขึ้นมา
อาจคงเพราะเรามองด้วยสายตาของคนนอกก็ได้
มันจึงผ่านมา สะกิดใจ แล้วก็ผ่านไป
แต่ภาพที่เห็นวันนี้คงติดในสมองเราไปอีกนาน

ทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่...แล้วก็จะสูญไปในสักวัน
แล้วขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่นี่...

เราทำชีวิตให้มีค่า...ด้วยการเสียสละกันบ้างรึเปล่า?

เหมือนคุณป้าที่นั่งดูแลคุณตาที่บันไดหน้าตึกร้างคนนั้น

มันทำให้เรานึกขึ้นมาทันทีว่า...


เราดูแลคนที่เรารักดีพอหรือยัง?

| Home |


 Home